พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายดังกล่าว สมาชิกทุกท่านต้องอ่านทำความเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรก
เก้าสิบเก้าวัด
ร้านพระเครื่อง
กระดานสนทนา
สมัครสมาชิก
ติดต่อทีมงาน
ค้นหาข้อมูล
เข้าสู่ระบบ
ประวัติวัดดงป่า...
ประวัติวัดดงป่าดะ
#ประวัติวัดดงป่าดะ#
วัดดงป่าดะตั้งอยู่ที่ ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ สังกัดคณะธรรมยุตินิกาย เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันชื่อ พระอาจารย์เล็ก ชุติลฺลโภ ประวัติวัดดงป่าดะตามบันทึกของนายอินคำ อินโอษฐ์ กล่าวว่า วัดดงป่าดะเดิมเป็นวัดร้างมาช้านาน มีต้นไม้หลายคนโอบขึ้นเต็มไปหมด วัดมีมาตั้งแต่เมื่อไร ไม่มีใครทราบ ชาวบ้านเรียกสถานที่ตรงนั้นว่าดงวัดฮ้าง ตอนที่ยังเป็นดงวัดฮ้างอยู่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปในนั้นเลย เพราะลือกันว่าที่นั่นผีดุมาก เจ้าที่แรง ใครขืนเข้าไปกลับออกมาจะต้องป่วยไข้กันทุกราย เล่ากันว่าอย่างนั้น แถมดงวัดฮ้างนี้มีวัดร้างอยู่ใกล้ๆอยู่ 2 วัด อยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นป่าผีดุและเจ้าที่แรงด้วยกันทั้งสองวัด วัดแรกชื่อวัดดงมะดะตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของลำน้ำแม่โก๋นใกล้ๆกับเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำแม่โก๋นในปัจจุบัน แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปก็ยังเรียกชื่อวัดทั้งสองตามชื่อเดิมอยู่ คือวัดดงมะดะกับวัดดงป่าเคียะ แต่เหลือคนรุ่นนี้อยู่ไม่กี่คนแล้ว และไม้เคียะก็สูญพันธุ์ไปจากวัดดงป่าเคียะหมดแล้ว คนรุ่นปัจจุบันจึงเปลี่ยนไปเรียกวัดดงป่าเคียะ เป็นวัดดงป่าดะจนทุกวันนี้ หลักฐานที่มีอยู่เป็นซากเจดีย์โผล่ขึ้นมาพ้นดินมีลักษณะเหมือนจอมปลวกขนาดใหญ่มีเศษอิฐโบราณก่อเรียงขึ้นเป็นชั้นๆถ้ามองเผินๆจะไม่รู้เลยว่าเป็นซากเจดีย์เพราะมีต้นไทรและมีต้นไม้อื่นๆขึ้นเต็มไปหมด เมื่อปี พ.ศ. 2481 ได้มีพระธุดงค์คณะหนึ่งจาริกขึ้นมาทางเหนือประกอบด้วย 1. หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ 2. หลวงปู่สาร 3.หลวงปู่เนียม 4.หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญและหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร หลวงปู่ทั้ง 5 องค์ ได้เข้ามาปักกลดบำเพ็ญเพียรอยู่แถวดงวัดฮ้าง ตอนเช้าก็ได้ออกบิณฑบาตรโปรดชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านทราบว่ามีคณะพระธุดงค์มาพักปักกลดอยู่แถวดงวัดฮ้างนั้น จึงได้พากันมาทำอาศรมชั่วคราวถวาย โดยทำเป็นกระต๊อบไม้ไผ่ใช้ฟางข้าวมาปูพื้นมาทำฝารวมทั้งมุงหลังคาพอให้พระได้พักอาศัยหลบอากาศหนาวเย็นได้ เนื่องจากช่วงนั้นเป็นฤดูหนาว พระธุดงค์คณะหลวงปู่แหวนพักอยู่ที่นั่นประมาณ 6 เดือน จึงได้จาริกไปที่อื่น(ท่านผู้ให้ข้อมูลบอกว่าพวกเรามาทราบในภายหลังว่า พระธุดงค์กลุ่มนี้เป็นพระวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)ผู้ที่เล่าเรื่องนี้(พ.ศ.2546)อายุ 76ปี ท่านบอกว่าตอนที่ คณะพระธุดงค์มาพักนั้นตัวท่านยังเป็นเด็ก อายุ 11 ปี ยังบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดสันกลาง ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว หลังจากคณะพระธุดงค์ของหลวงปู่แหวนออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไปในนั้นอีก คงปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นป่ารกร้างเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เพราะไม่มีคนเข้าไปรบกวน ชาวบ้านที่มาทำไร่ทำนาปลูกกระท่อมสำหรับนอนเฝ้าพืชไร่พืชนาที่อยู่ใกล้ๆกับดงวัดฮ้างนี้ เล่าว่าพอตื่นเช้ามาจะได้ยินเสียง ชนี ลิง ค่าง ส่งเสียงร้องโหยหวนรวมทั้งเสียงไก่ป่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงอีเก้งร้องเป็นระยะๆกลางคืนข้างแรม(เดือนมืด)มักจะเห็นแสงกลมๆเหมือนไฟหน้ารถจักรยาน พุ่งขึ้นจากทางดอยวัดพระธาตุขุนโก๋น ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากวัดดงป่าดะประมาณ 2 กิโลเมตร แสงนั้นได้ลอยต่ำลงมาแล้วจมหายลงไปในดงวัดร้างแห่งนี้ หลังจากพระธุดงค์คณะหลวงปู่แหวนได้ย้ายออกไปแล้ว บริเวณดงวัดฮ้างก็ถูกทิ้งอยู่นานถึง 10 ปี (พ.ศ.2481-2492)ในปี พ.ศ.2492 ได้มีคณะสงฆ์ในตำบลป่าไหน่ โดยมีพระอธิการคำอ้าย อินฺทปโญ(ครูบาอินตะ)เจ้าอาวาสวัดบ้านเหล่าและเจ้าคณะตำบลป่าไหน่เป็นประธาน ได้นำพระสงฆ์ตำบลป่าไหนและพระสงฆ์ตำบลใกล้เคียงมาทำพิธีเข้ากรรมเพื่อโปรดสัมภเวสีในดงวัดฮ้างนี้ นายอินคำ อินโอษฐ์ ผู้บันทึก ได้อธิบายพิธีเข้ากรรมว่า"ถ้าจะพูดเต็มประโยคก็คือการเข้ากรรมฐานนั่นเอง ซึ่งต่างจากอยู่กรรมฐาน เพื่อออกจากอาบัติสังฆาธิเสส"ในบันทึก มีต่อไปว่าในระหว่างทำพิธีเข้ากรรมอยู่นั้น ก็มีแรงศรัทธาจากชาวบ้านและหมู่บ้านต่างๆในตำบลป่าไหน่พากันมาดูแลให้การอุปัฏฐาก กลางคืนมีการทำวัดสวดมนต์และฟังเทศน์ ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรทุกวัน พิธีเข้ากรรมที่บริเวณดงวัดฮ้างนี้ใช้เวลา 7 วัน เมื่อครบ 7 วันแล้วก็ทำพิธีออกแดดต่ออีก 7 วันรวมพิธีกรรมทั้งหมด 14 วัน พิธีกรรมออกแดดคือพระสงฆ์จะออกไปบำเพ็ญอยู่ข้างนอกดงวัดฮ้าง ชาวบ้านพากันไปเอาฟางข้าวมาปลูกเป็นอาศรมชั่วคราวอยู่รอบๆดงวัดฮ้าง ให้พระสงฆ์ท่านได้พักในระหว่างทำพิธีตอนกลางวัน กลางคืนพระสงฆ์ทั้งหมดจะไปรวมกันสวดมนต์ ฟังเทศน์ในที่เดียวกัน การทำพิธีเข้ากรรมและพิธีออกแดดของพระสงฆ์ในภาคเหนือนี้ตามความเชื่อสืบทอดกันมานาน ถือกันว่าถ้าสถานที่ใดหรือป่าดงแห่งไหนมีผีเจ้าที่ดุหรือที่เรียกว่าผีเฮี้ยน ถ้ามีพระสงฆ์ไปทำพิธีเข้ากรรมที่นั้นก็จะทำให้ผีเจ้าที่อ่อนฤทธิ์ลงไม่สามารถให้โทษแก่ผู้คนได้อีก หลังจากพิธีเข้ากรรมเสร็จสิ้น ชาวบ้านได้พากันโค่นต้นไม้ใหญ่ลงกันหมดเพื่อไม่ให้ผีมาสิงอยู่ตามต้นไม้ แล้วต่อมาไม่นาน ต้นไม้เล็กๆก็โตขึ้นมา ตอไม้ใหญ่ที่ถูกโค่นบางต้นก็แตกแขนงเติบโตขึ้นมาแทนต้นเดิม ในที่สุดดงวัดฮ้างก็กลายเป็นป่ารกยิ่งกว่าเดิม ชาวบ้านละแวกนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก เพราะกลัวผีที่สิงอยู่บริเวณนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้มีพระธุดงค์สายหลวงปู่มั่นอีกคณะหนึ่ง ได้มาปักกลดบำเพ็ญเพียรในบริเวณดงวัดฮ้างอีกครั้ง พระธุดงค์คณะนี้มี 1.หลวงปู่อ่อนสี(วัดพระงามศรีมงคล จ.หนองคาย)2.หลวงปู่หนู สุจิตฺโต(วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่)3.พระอาจารย์เจริญ ญาณวุฑโฒ(วัดถ้ำปากเปียง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่)และพระอาจารย์สง่า สุมโน(ท่านเจ้าดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย) ตอนนั้นพระธุดงค์คณะนี้เข้ามาถึง เตาบ่มใบยาสูบบ้านเหล่า ได้ก่อตั้งขึ้นมาแล้ว มีนายเมา ทาแก้ กำนันตำบลป่าไหน่ เป็นนายสถานนี ได้ปวารณาตัวเป็นทายกอุปถัมภ์ได้พาลูกบ้านสร้างศาลาบำเพ็ญบุญขึ้นหนึ่งหลังทำด้วยไม้เนื้อแข็งและสร้างกุฏิทำด้วยไม้ไผ่ฝาขัดแตะอีก 3-4 หลัง นอกจากนี้ได้สร้างห้องน้ำและเวจกุฏิ(ห้องส้วม)รวมอยู่ในหลังเดียวกัน ทำด้วยคอนกรีตอีก 1 หลัง(ปัจจุบันยังมีซากของห้องน้ำเหลือให้เห็นอยู่)พระธุดงค์ชุดนี้พำนักอยู่ประมาณ 3 ปี จึงย้ายออกไปเมื่อปี พ.ศ.2501 สถานที่พักสงฆ์แห่งนี้ก็กลับมาเป็นป่ารกร้างเหมือนเดิมอีดครั้ง ต่อมาในปี พ.ศ.2530 ได้มีพระธุดงค์สายหลวงปู่มั่นอีก 2 รูป ได้เดินทางมาที่วัดดอยแม่ปั๋ง เพื่อมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่แหวน เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้วท่านก็ออกเดินทางขึ้นเหนือไปเรื่อยๆโดยไม่ได้กำหนดจุดมุ่งหมายแน่นอน พระธุดงค์ทั้งสองเดินทางขึ้นไปถึงวัดร้างดงมะดะ อยู่ฝั่งแม่น้ำโก๋น ตรงที่ที่กรมชลประทานกำลังจะสร้างเขื่อนเก็บน้ำ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนในที่ใกล้ๆกับวัดร้างแห่งนี้ พระธุดงค์ทั้งสองจึงได้ปักกลดพักบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ ที่นั้น เมื่อชาวบ้านมาพบก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสในศีลจารวัตของท่าน จึงได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคมาถวาย และถวายการดูแลอุปัฏฐากตามควร พร้อมกันนั้นก็ได้สร้างศาลาบำเพ็ญบุญ โดยใช้ไม้ไผ่ทำโครงสร้างปูพื้นด้วยไม้ไผ่ยกขึ้นสูงประมาณ 50 เซนติเมตร มุงหลังคาด้วยใบตองตึง พอได้อาศัยประกอบศาสนกิจได้ พระธุดงค์ทั้งสององค์นี้ ชื่อว่าหลวงปู่ฉุย กับพระอาจารย์เล็ก ชุติลฺลโภ ได้มาพักอยู่ 2 ปี หลวงปู่ฉุยซึ่งมีอายุมากแล้วเกิดอาพาธลง จึงได้เดินทางกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดของท่าน และก็มรณภาพลง จึงปล่อยให้พระอาจารย์เล็ก อยู่ที่วัดร้างดงมะดะตามลำพังองค์เดียว ในเวลาต่อมาได้ข่าวว่ากรมชลประทานจะสร้างเขื่อนเก็บน้ำใกล้วัดร้างดงมะดะ สถานที่พระอาจารย์พักบำเพ็ญเพียรอยู่ สถานที่เคยสงัดวิเวกก็กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน เสียงเครื่องยนต์ดังตลอดทั้งวันทั้งคืน ต่อไปบริเวณนี้ก็จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นที่หาปูหาปลาของชาวบ้าน สถานที่นี้ไม่เหมาะที่จะบำเพ็ญเพียรอีกต่อไป พระอาจารย์เล็กจึงต้องหาสถานที่ใหม่โดยเดินลงใต้ลัดเลาะมาตามลำน้ำโก๋น ลงมาเรื่อยๆจนมาเจอวัดร้างแห่งใหม่ คือวัดดงป่าเคียะ ซื่งเป็นวัดดงป่าดะในปัจจุบัน พระอาจารย์เล็ก มาพักปักกลดที่วัดร้างดงป่าเคียะได้เที่ยวบิณฑบาตรในตอนเช้าของวันต่อมา ได้สอบถามชาวบ้านถึงประวัติความเป็นมาของวัดร้างแห่งนี้ ปรากฏว่าไม่มีใครทราบว่าตั้งเป็นวัดมาตั้งแต่เมื่อไรและร้างมาตั้งแต่เมื่อไร ทราบแต่ว่าเป็นที่ที่ผีดุมากทำให้คนที่เข้าไปอยู่ในที่นี้เกิดปวดท้องทุรนทุรายไม่นานก็ตาย พระอาจารย์เล็กพิจารณาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้สงบวิเวกและตั้งห่างจากหมู่บ้านพอสมควรจึงคิดที่จะสร้างสำนักสงฆ์และสร้างเป็นวัดกรรมฐาน ต่อมาจึงตัดสินใจปักหลักอยู่ที่นี่
ผู้เข้าชม
7332 ครั้ง
ราคา
-
สถานะ
โชว์พระ
โดย
ร้านสันปงพระเครื่อง
ชื่อร้าน
ยังไม่เปิดร้านค้า
ร้านค้า
-
โทรศัพท์
0899513357
ไอดีไลน์
-
บัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
1. ธนาคารกรุงเทพ / 622-0-27812-8
เหรียญหลวงปู่แหวนหลังหลวงปู่มั
พระรูปหล่อครูบาอินสม สุมโน พิม
พระกริ่งนิรันตราย หลวงพ่อกึ๋น
พระซุ้มนครโกษา กรุวัดกาญจนาราม
สิงห์เจ้าพ่อดำ ครูบาคำแสน วัดส
สิงห์เจ้าพ่อดำ ครูบาคำแสน วัด
พระสมเด็จ พระอาจารย์เล็ก ชุติล
ล็อคเก็ตหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ว
รูปหล่อรุ่นแรกหลวงพ่อจรัญ วัดอ
เก้าสิบเก้าวัด
ร้านพระเครื่อง
กระดานสนทนา
ลงพระฟรี
สมัครสมาชิก
ติดต่อทีมงาน
ลืมรหัสผ่าน
ผู้เข้าใช้งานล่าสุด
ว.ศิลป์สยาม
poosit555
holypanyadvm
tookrangsit
เนินพระ99
nattapong939
สยามพระเครื่องไทย
KoonThong_Amulets
บ้านพระสมเด็จ
บ้านพระหลักร้อย
โกหมู
Erawan
เปียโน
tintin
mymay
poop2015
maymy
ลอยบายพาส
hra7215
ทองคูณวัตถุมงคล
มงคลเก้า
เก๋นครนายก
เอี่ยวเสรีไทย
TotoTato
Niti3303
นิก บารมี ลูกเจ๊แต๋ว ท.๘
NongBoss
vanglanna
โต้ง นนทบุรี
tangmo
ผู้เข้าชมขณะนี้ 1292 คน
เพิ่มข้อมูล
ประวัติวัดดงป่าดะ
ส่งข้อความ
ชื่อพระเครื่อง
ประวัติวัดดงป่าดะ
รายละเอียด
#ประวัติวัดดงป่าดะ#
วัดดงป่าดะตั้งอยู่ที่ ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ สังกัดคณะธรรมยุตินิกาย เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันชื่อ พระอาจารย์เล็ก ชุติลฺลโภ ประวัติวัดดงป่าดะตามบันทึกของนายอินคำ อินโอษฐ์ กล่าวว่า วัดดงป่าดะเดิมเป็นวัดร้างมาช้านาน มีต้นไม้หลายคนโอบขึ้นเต็มไปหมด วัดมีมาตั้งแต่เมื่อไร ไม่มีใครทราบ ชาวบ้านเรียกสถานที่ตรงนั้นว่าดงวัดฮ้าง ตอนที่ยังเป็นดงวัดฮ้างอยู่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปในนั้นเลย เพราะลือกันว่าที่นั่นผีดุมาก เจ้าที่แรง ใครขืนเข้าไปกลับออกมาจะต้องป่วยไข้กันทุกราย เล่ากันว่าอย่างนั้น แถมดงวัดฮ้างนี้มีวัดร้างอยู่ใกล้ๆอยู่ 2 วัด อยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นป่าผีดุและเจ้าที่แรงด้วยกันทั้งสองวัด วัดแรกชื่อวัดดงมะดะตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของลำน้ำแม่โก๋นใกล้ๆกับเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำแม่โก๋นในปัจจุบัน แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปก็ยังเรียกชื่อวัดทั้งสองตามชื่อเดิมอยู่ คือวัดดงมะดะกับวัดดงป่าเคียะ แต่เหลือคนรุ่นนี้อยู่ไม่กี่คนแล้ว และไม้เคียะก็สูญพันธุ์ไปจากวัดดงป่าเคียะหมดแล้ว คนรุ่นปัจจุบันจึงเปลี่ยนไปเรียกวัดดงป่าเคียะ เป็นวัดดงป่าดะจนทุกวันนี้ หลักฐานที่มีอยู่เป็นซากเจดีย์โผล่ขึ้นมาพ้นดินมีลักษณะเหมือนจอมปลวกขนาดใหญ่มีเศษอิฐโบราณก่อเรียงขึ้นเป็นชั้นๆถ้ามองเผินๆจะไม่รู้เลยว่าเป็นซากเจดีย์เพราะมีต้นไทรและมีต้นไม้อื่นๆขึ้นเต็มไปหมด เมื่อปี พ.ศ. 2481 ได้มีพระธุดงค์คณะหนึ่งจาริกขึ้นมาทางเหนือประกอบด้วย 1. หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ 2. หลวงปู่สาร 3.หลวงปู่เนียม 4.หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญและหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร หลวงปู่ทั้ง 5 องค์ ได้เข้ามาปักกลดบำเพ็ญเพียรอยู่แถวดงวัดฮ้าง ตอนเช้าก็ได้ออกบิณฑบาตรโปรดชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านทราบว่ามีคณะพระธุดงค์มาพักปักกลดอยู่แถวดงวัดฮ้างนั้น จึงได้พากันมาทำอาศรมชั่วคราวถวาย โดยทำเป็นกระต๊อบไม้ไผ่ใช้ฟางข้าวมาปูพื้นมาทำฝารวมทั้งมุงหลังคาพอให้พระได้พักอาศัยหลบอากาศหนาวเย็นได้ เนื่องจากช่วงนั้นเป็นฤดูหนาว พระธุดงค์คณะหลวงปู่แหวนพักอยู่ที่นั่นประมาณ 6 เดือน จึงได้จาริกไปที่อื่น(ท่านผู้ให้ข้อมูลบอกว่าพวกเรามาทราบในภายหลังว่า พระธุดงค์กลุ่มนี้เป็นพระวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)ผู้ที่เล่าเรื่องนี้(พ.ศ.2546)อายุ 76ปี ท่านบอกว่าตอนที่ คณะพระธุดงค์มาพักนั้นตัวท่านยังเป็นเด็ก อายุ 11 ปี ยังบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดสันกลาง ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว หลังจากคณะพระธุดงค์ของหลวงปู่แหวนออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไปในนั้นอีก คงปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นป่ารกร้างเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เพราะไม่มีคนเข้าไปรบกวน ชาวบ้านที่มาทำไร่ทำนาปลูกกระท่อมสำหรับนอนเฝ้าพืชไร่พืชนาที่อยู่ใกล้ๆกับดงวัดฮ้างนี้ เล่าว่าพอตื่นเช้ามาจะได้ยินเสียง ชนี ลิง ค่าง ส่งเสียงร้องโหยหวนรวมทั้งเสียงไก่ป่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงอีเก้งร้องเป็นระยะๆกลางคืนข้างแรม(เดือนมืด)มักจะเห็นแสงกลมๆเหมือนไฟหน้ารถจักรยาน พุ่งขึ้นจากทางดอยวัดพระธาตุขุนโก๋น ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากวัดดงป่าดะประมาณ 2 กิโลเมตร แสงนั้นได้ลอยต่ำลงมาแล้วจมหายลงไปในดงวัดร้างแห่งนี้ หลังจากพระธุดงค์คณะหลวงปู่แหวนได้ย้ายออกไปแล้ว บริเวณดงวัดฮ้างก็ถูกทิ้งอยู่นานถึง 10 ปี (พ.ศ.2481-2492)ในปี พ.ศ.2492 ได้มีคณะสงฆ์ในตำบลป่าไหน่ โดยมีพระอธิการคำอ้าย อินฺทปโญ(ครูบาอินตะ)เจ้าอาวาสวัดบ้านเหล่าและเจ้าคณะตำบลป่าไหน่เป็นประธาน ได้นำพระสงฆ์ตำบลป่าไหนและพระสงฆ์ตำบลใกล้เคียงมาทำพิธีเข้ากรรมเพื่อโปรดสัมภเวสีในดงวัดฮ้างนี้ นายอินคำ อินโอษฐ์ ผู้บันทึก ได้อธิบายพิธีเข้ากรรมว่า"ถ้าจะพูดเต็มประโยคก็คือการเข้ากรรมฐานนั่นเอง ซึ่งต่างจากอยู่กรรมฐาน เพื่อออกจากอาบัติสังฆาธิเสส"ในบันทึก มีต่อไปว่าในระหว่างทำพิธีเข้ากรรมอยู่นั้น ก็มีแรงศรัทธาจากชาวบ้านและหมู่บ้านต่างๆในตำบลป่าไหน่พากันมาดูแลให้การอุปัฏฐาก กลางคืนมีการทำวัดสวดมนต์และฟังเทศน์ ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรทุกวัน พิธีเข้ากรรมที่บริเวณดงวัดฮ้างนี้ใช้เวลา 7 วัน เมื่อครบ 7 วันแล้วก็ทำพิธีออกแดดต่ออีก 7 วันรวมพิธีกรรมทั้งหมด 14 วัน พิธีกรรมออกแดดคือพระสงฆ์จะออกไปบำเพ็ญอยู่ข้างนอกดงวัดฮ้าง ชาวบ้านพากันไปเอาฟางข้าวมาปลูกเป็นอาศรมชั่วคราวอยู่รอบๆดงวัดฮ้าง ให้พระสงฆ์ท่านได้พักในระหว่างทำพิธีตอนกลางวัน กลางคืนพระสงฆ์ทั้งหมดจะไปรวมกันสวดมนต์ ฟังเทศน์ในที่เดียวกัน การทำพิธีเข้ากรรมและพิธีออกแดดของพระสงฆ์ในภาคเหนือนี้ตามความเชื่อสืบทอดกันมานาน ถือกันว่าถ้าสถานที่ใดหรือป่าดงแห่งไหนมีผีเจ้าที่ดุหรือที่เรียกว่าผีเฮี้ยน ถ้ามีพระสงฆ์ไปทำพิธีเข้ากรรมที่นั้นก็จะทำให้ผีเจ้าที่อ่อนฤทธิ์ลงไม่สามารถให้โทษแก่ผู้คนได้อีก หลังจากพิธีเข้ากรรมเสร็จสิ้น ชาวบ้านได้พากันโค่นต้นไม้ใหญ่ลงกันหมดเพื่อไม่ให้ผีมาสิงอยู่ตามต้นไม้ แล้วต่อมาไม่นาน ต้นไม้เล็กๆก็โตขึ้นมา ตอไม้ใหญ่ที่ถูกโค่นบางต้นก็แตกแขนงเติบโตขึ้นมาแทนต้นเดิม ในที่สุดดงวัดฮ้างก็กลายเป็นป่ารกยิ่งกว่าเดิม ชาวบ้านละแวกนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก เพราะกลัวผีที่สิงอยู่บริเวณนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้มีพระธุดงค์สายหลวงปู่มั่นอีกคณะหนึ่ง ได้มาปักกลดบำเพ็ญเพียรในบริเวณดงวัดฮ้างอีกครั้ง พระธุดงค์คณะนี้มี 1.หลวงปู่อ่อนสี(วัดพระงามศรีมงคล จ.หนองคาย)2.หลวงปู่หนู สุจิตฺโต(วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่)3.พระอาจารย์เจริญ ญาณวุฑโฒ(วัดถ้ำปากเปียง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่)และพระอาจารย์สง่า สุมโน(ท่านเจ้าดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย) ตอนนั้นพระธุดงค์คณะนี้เข้ามาถึง เตาบ่มใบยาสูบบ้านเหล่า ได้ก่อตั้งขึ้นมาแล้ว มีนายเมา ทาแก้ กำนันตำบลป่าไหน่ เป็นนายสถานนี ได้ปวารณาตัวเป็นทายกอุปถัมภ์ได้พาลูกบ้านสร้างศาลาบำเพ็ญบุญขึ้นหนึ่งหลังทำด้วยไม้เนื้อแข็งและสร้างกุฏิทำด้วยไม้ไผ่ฝาขัดแตะอีก 3-4 หลัง นอกจากนี้ได้สร้างห้องน้ำและเวจกุฏิ(ห้องส้วม)รวมอยู่ในหลังเดียวกัน ทำด้วยคอนกรีตอีก 1 หลัง(ปัจจุบันยังมีซากของห้องน้ำเหลือให้เห็นอยู่)พระธุดงค์ชุดนี้พำนักอยู่ประมาณ 3 ปี จึงย้ายออกไปเมื่อปี พ.ศ.2501 สถานที่พักสงฆ์แห่งนี้ก็กลับมาเป็นป่ารกร้างเหมือนเดิมอีดครั้ง ต่อมาในปี พ.ศ.2530 ได้มีพระธุดงค์สายหลวงปู่มั่นอีก 2 รูป ได้เดินทางมาที่วัดดอยแม่ปั๋ง เพื่อมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่แหวน เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้วท่านก็ออกเดินทางขึ้นเหนือไปเรื่อยๆโดยไม่ได้กำหนดจุดมุ่งหมายแน่นอน พระธุดงค์ทั้งสองเดินทางขึ้นไปถึงวัดร้างดงมะดะ อยู่ฝั่งแม่น้ำโก๋น ตรงที่ที่กรมชลประทานกำลังจะสร้างเขื่อนเก็บน้ำ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนในที่ใกล้ๆกับวัดร้างแห่งนี้ พระธุดงค์ทั้งสองจึงได้ปักกลดพักบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ ที่นั้น เมื่อชาวบ้านมาพบก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสในศีลจารวัตของท่าน จึงได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคมาถวาย และถวายการดูแลอุปัฏฐากตามควร พร้อมกันนั้นก็ได้สร้างศาลาบำเพ็ญบุญ โดยใช้ไม้ไผ่ทำโครงสร้างปูพื้นด้วยไม้ไผ่ยกขึ้นสูงประมาณ 50 เซนติเมตร มุงหลังคาด้วยใบตองตึง พอได้อาศัยประกอบศาสนกิจได้ พระธุดงค์ทั้งสององค์นี้ ชื่อว่าหลวงปู่ฉุย กับพระอาจารย์เล็ก ชุติลฺลโภ ได้มาพักอยู่ 2 ปี หลวงปู่ฉุยซึ่งมีอายุมากแล้วเกิดอาพาธลง จึงได้เดินทางกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดของท่าน และก็มรณภาพลง จึงปล่อยให้พระอาจารย์เล็ก อยู่ที่วัดร้างดงมะดะตามลำพังองค์เดียว ในเวลาต่อมาได้ข่าวว่ากรมชลประทานจะสร้างเขื่อนเก็บน้ำใกล้วัดร้างดงมะดะ สถานที่พระอาจารย์พักบำเพ็ญเพียรอยู่ สถานที่เคยสงัดวิเวกก็กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน เสียงเครื่องยนต์ดังตลอดทั้งวันทั้งคืน ต่อไปบริเวณนี้ก็จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นที่หาปูหาปลาของชาวบ้าน สถานที่นี้ไม่เหมาะที่จะบำเพ็ญเพียรอีกต่อไป พระอาจารย์เล็กจึงต้องหาสถานที่ใหม่โดยเดินลงใต้ลัดเลาะมาตามลำน้ำโก๋น ลงมาเรื่อยๆจนมาเจอวัดร้างแห่งใหม่ คือวัดดงป่าเคียะ ซื่งเป็นวัดดงป่าดะในปัจจุบัน พระอาจารย์เล็ก มาพักปักกลดที่วัดร้างดงป่าเคียะได้เที่ยวบิณฑบาตรในตอนเช้าของวันต่อมา ได้สอบถามชาวบ้านถึงประวัติความเป็นมาของวัดร้างแห่งนี้ ปรากฏว่าไม่มีใครทราบว่าตั้งเป็นวัดมาตั้งแต่เมื่อไรและร้างมาตั้งแต่เมื่อไร ทราบแต่ว่าเป็นที่ที่ผีดุมากทำให้คนที่เข้าไปอยู่ในที่นี้เกิดปวดท้องทุรนทุรายไม่นานก็ตาย พระอาจารย์เล็กพิจารณาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้สงบวิเวกและตั้งห่างจากหมู่บ้านพอสมควรจึงคิดที่จะสร้างสำนักสงฆ์และสร้างเป็นวัดกรรมฐาน ต่อมาจึงตัดสินใจปักหลักอยู่ที่นี่
ราคาปัจจุบัน
-
จำนวนผู้เข้าชม
7488 ครั้ง
สถานะ
โชว์พระ
โดย
ร้านสันปงพระเครื่อง
ชื่อร้าน
ยังไม่เปิดร้านค้า
URL
-
เบอร์โทรศัพท์
0899513357
ID LINE
-
บัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
1. ธนาคารกรุงเทพ / 622-0-27812-8
กำลังโหลดข้อมูล
หน้าแรกลงพระฟรี